สถานการณ์คุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ และความสัมพันธ์ของคะแนนความรอบรู้ของผู้ประกอบการกับการผ่านเกณฑ์ประเมินร้านชำประเภทการใช้ยาสมเหตุผล (G-RDU) และร้านชำคุณภาพประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพปลอดภัย (G-SHP) ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.)

สถานการณ์คุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ และความสัมพันธ์ของคะแนนความรอบรู้ของผู้ประกอบการกับการผ่านเกณฑ์ประเมินร้านชำ ประเภทการใช้ยาสมเหตุผล (G-RDU) และร้านชำคุณภาพประเภท ผลิตภัณฑ์สุขภาพปลอดภัย (G-SHP) ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.)

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.) เป็นโครงการที่มีพระราชปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือพื้นที่ห่างไกล ดังนั้นการเน้นบริการสุขภาพจะมีบริบทที่เพิ่มเติมจากกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุผล พ.ศ. 2566 – 2570 ให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และปลอดภัย ครอบคลุมแหล่งกระจายยาที่สำคัญหนึ่งในชุมชน คือร้านชำ ที่พบสถานการณ์การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย จากการศึกษา ก่อนหน้าจำนวนมากรวมถึงการศึกษานำร่อง 38 จังหวัดนำร่องและกรุงเทพมหานครโดยศูนย์วิชาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างไรก็ตามการสำรวจยังไม่ครอบคลุมร้านชำในความรับผิดชอบของ รพร. ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในร้านชำของ รพร. รวมถึงการประเมินร้านชำทั่วไป (General Grocery store, GG) ร้านชำคุณภาพประเภทการใช้ยาสมเหตุผล (Grocery store-Rational Drug Use, G-RDU) และร้านชำคุณภาพประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพปลอดภัย (Grocery store-Safety Health Products, G-SHP) และ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนความรอบรู้ของผู้ประกอบการกับการผ่านเกณฑ์ประเมิน G-RDU และ G-SHP รูปแบบการวิจัยเป็นภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ (cross-sectional analytical study) โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) จากโปรแกรมระบบเฝ้าระวังยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน (G-RDU & G-SHP MOPH) ที่ได้ทำการสำรวจร้านชำในความรับผิดชอบของ รพร. ทุกแห่งจำนวน 21 โรงพยาบาล ระหว่างวันที่ 16 มีนาคม 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 กลุ่มตัวอย่างคือ ร้านชำที่ได้รับ   การคัดเลือกโดยเภสัชกรคุ้มครองผู้บริโภคของแต่ละ รพร. ผู้สำรวจขึ้นกับเครือข่ายของแต่ละ รพร. โดยอาจเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่ได้รับการอบรมจากเภสัชกรคุ้มครองผู้บริโภคที่รับผิดชอบการประเมินผลคุณภาพร้านชำและดูแลการลงข้อมูลในโปรแกรมฯ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณา เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนความรอบรู้ฯ ระหว่างผลการประเมิน G-RDU และ G-SHP ด้วย independent T-test ส่วน GG เปรียบเทียบด้วย ANOVA ในส่วนของการเปรียบเทียบสัดส่วนของคะแนนความรอบรู้ฯ ที่จุดตัดที่ 90 คะแนน ทำการวิเคราะห์ด้วย Fisher’s exact test นอกจากนี้ยังทำการวิเคราะห์ความสามารถของคะแนนจุดตัดด้วย area under ROC curve (AuROC) ผลการสำรวจร้านชำทั้งหมด 4,081 แห่ง พบว่ามีร้านชำที่จำหน่ายยาจำนวน 1,687 ร้าน (ร้อยละ 41.3) และจากจำนวนนี้เป็นร้านที่จำหน่ายยาสามัญประจำบ้านเท่านั้นจำนวน 717 ร้าน (ร้อยละ 42.5) ในส่วนของผลิตภัณฑ์สุขภาพพบว่ามีการจำหน่ายสมุนไพรจำนวน 588 ร้าน (ร้อยละ 14.4) พบผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไม่มีฉลาก ฉลากไม่ถูกต้อง 11 ร้าน (ร้อยละ 0.3)   สมุนไพรเสื่อมคุณภาพ 22 ร้าน (ร้อยละ 0.5) พบการจำหน่ายเครื่องสำอางเสื่อมสภาพ หมดอายุ จำนวน 181 ร้าน (ร้อยละ 4.4) เครื่องสำอางห้ามจำหน่ายผิดกฎหมาย ถูกเพิกถอน 66 ร้าน (ร้อยละ 1.6) พบการจำหน่ายอาหารฉลาก ไม่ถูกต้อง 561 ร้าน (ร้อยละ 13.7)  อาหารหมดอายุ เปลี่ยนสภาพ 425 ร้าน (ร้อยละ 10.4) ในส่วนของผลการประเมินคุณภาพของร้านชำ พบว่ามีร้านชำที่ได้ GG สีเขียว สีเหลืองและสีแดง 2,683 (ร้อยละ 65.7), 355 (ร้อยละ 8.7), และ 1,043 (ร้อยละ 25.6) ตามลำดับ โดยร้านชำที่มีคะแนนความรอบรู้ ฯ ผ่าน G-RDU จำนวน 2,140 ร้าน (ร้อยละ 53.1) และ G-SHP จำนวน 2,026 ร้าน (ร้อยละ 50.3) คะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการร้านชำได้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 93.80±13.36 โดยพบว่าได้คะแนนความรอบรู้ฯ มากกว่า 90 คะแนน จำนวน 2,796 ร้าน (ร้อยละ 69.4) และพบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนความรอบรู้ฯ และสัดส่วนที่จุดตัด 90 คะแนน ระหว่างกลุ่มของ GG, G-RDU, และ G-SHP อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยกลุ่มที่ผ่านการประเมินคุณภาพได้คะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ฯ และสัดส่วนเกิน 90 คะแนนสูงกว่า นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์ค่าพื้นที่ใต้โค้ง ROC พบว่าความถูกต้องของคะแนนความรอบรู้ฯ อยู่ในเกณฑ์สูง (มากกว่าร้อยละ 80) เมื่อใช้ผลลัพธ์คือ G-RDU (ร้อยละ 84.4), G-SHP (ร้อยละ 83.6) แต่ความถูกต้องของ GG อยู่ในเกณฑ์น้อย (ร้อยละ 68.2) สรุป สถานการณ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในร้านชำของ รพร. ยังพบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยต่อประชาชนและพบความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนความรอบรู้ฯกับการผ่านเกณฑ์ประเมินประเภท G-RDU และ G-SHP ดังนั้นการสำรวจอย่างต่อเนื่องและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรอบรู้ฯ ที่เพิ่มขึ้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

 คำสำคัญ: โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.), ร้านชำคุณภาพ (General grocery store, GG), ร้านชำคุณภาพประเภทการใช้ยาสมเหตุผล (Grocery store-Rational Drug Use, G-RDU), ร้านชำคุณภาพประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพปลอดภัย (Grocery store-Safety Health Products, G-SHP), ความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ

หนังสืออื่นๆ

สถานการณ์คุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ และความสัมพันธ์ของคะแนนความรอบรู้ของผู้ประกอบการกับการผ่านเกณฑ์ประเมินร้านชำประเภทการใช้ยาสมเหตุผล (G-RDU) และร้านชำคุณภาพประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพปลอดภัย (G-SHP) ในเขตสุขภาพที่ 5

อ่านต่อ

สถานการณ์คุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ และความสัมพันธ์ของคะแนนความรอบรู้ของผู้ประกอบการกับการผ่านเกณฑ์ประเมินร้านชำประเภทการใช้ยาสมเหตุผล (G-RDU) และร้านชำคุณภาพประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพปลอดภัย (G-SHP) ในเขตสุขภาพที่ 6

อ่านต่อ

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคะแนนความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพของผู้ประกอบการ ร้านชำ และสถานการณ์คุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ จำแนกตามโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.)

อ่านต่อ